การดำเนินการกับข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัยที่ผิดสัญญาลาศึกษา และสัญญารับทุน

การดำเนินการกับบุลากรที่ผิดสัญญาลาศึกษา ได้แก่ การดำเนินการติดตาม ทวงถามบุคลากร ของมหาวิทยาลัยฯ ทั้งข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้าง ที่ได้ทำสัญญาลาศึกษาทั้งในประเทศหรือต่างประเทศไว้ ต่อมหาวิทยาลัยฯ สัญญารับทุนการศึกษาประเภทต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยฯ ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการตลอดจน การเรียกซดใช้หากมีการผิดสัญญา รวมถึงนิสิตที่ได้รับทุนการศึกษา ซึ่งบุคลากรดังกล่าวได้กระทำการซึ่งถือเป็น การผิดสัญญาหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญา อาทิ การลาออกจากการศึกษา ยุติการรับทุน ลาออกจาก ราชการโดยปฏิบัติราชการซดใช้ไม่ครบกำหนดตามสัญญา เป็นต้น โดยสัญญาต่างๆ ที่บุคลากรหรือนิสิตได้ทำไว้ ต่อมหาวิทยาลัยฯ มีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครอง ต้องฟ้องร้องดำเนินคดีภายในกำหนดเวลา ๕ ปี นับแต่ วันที่รู้หรือควรรู้เหตุแห่งการฟ้องคดี ซึ่งการดำเนินการมีขั้นตอน ดังนี้

๘.๑ กองการเจ้าหน้าที่ได้สรุปเรื่องและจัดส่งให้สำนักงานกฎหมายพิจารณาดำเนินการ ติดตาม ทวงถาม โดยประกอบไปด้วยเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการไปศึกษา ฝึกอบรม หรือการรับทุนของผู้ผิดสัญญาฯ รวมถึงเอกสารการคิดคำนวณจำนวนเงินที่ผู้ผิดสัญญาฯ จะต้องซดใช้ทั้งหมด โดยหากเป็นจำนวนเงินเดือน เงิน ค่าจ้าง ที่ผู้ผิดสัญญาจะต้องซดใช้ตามสัญญาลาศึกษา กองคลังของมหาวิทยาลัยฯ จะเป็นผู้คิดคำนวณ หรือหาก เป็นจำนวนเงินทุนที่ผู้ผิดสัญญาต้องซดใช้ตามสัญญารับทุนการศึกษาต่างๆ หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับเรื่อง ทุนการศึกษาหรือการเบิกจ่ายเงินทุน จักเป็นผู้คิดคำนวณ

๘.๒ เมื่อได้รับข้อมูลตามข้อ ๙.๑ สำนักงานกฎหมายจะพิจารณาตรวจสอบโดยจัดทำหนังสือทวง ถามไปยังผู้ผิดสัญญาฯ และผู้ค้ำประกัน ตามที่อยู่ที่ให้ไว้กับทางราชการ โดยส่งหนังสือทวงถามทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนตอบรับ พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาให้ซดใช้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือทวงถาม หรือภายในระยะเวลาที่กำหนดไวในสัญญา ยกเว้นกรณีที่คดีใกล้ขาดอายุความ ให้รีบส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ ดำเนินคดีทันที

๘.๓ หากพ้นกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๙.๒ ผู้ผิดสัญญาหรือผู้ค้ำประกันไม่ยินยอมซดใช้ จะได้     มีหนังสือทวงถามอีกครั้งโดยไม่กำหนดระยะเวลาแต่ใช้ข้อความที่กำหนดให้ชำระหนี้โดยเร็ว ซึ่งหากภายใน ระยะเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือทวงถามฉบับที่สองยังไม่ได้รับการซดใช้ให้รวบรวมหลักฐานส่งเรื่องให้ พนักงานอัยการดำเนินคดีทันที ทั้งนี้ ให้ถือว่าผู้ผิดสัญญาและผู้ค้ำประกันตกเป็นลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้นับแต่พ้น ระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือทวงถามฉบับแรกแล้ว

๘.๔ กรณีมีเหตุขัดช้อง อาทิ หนังสือทวงถามตามข้อ ๙.๒ ไม่ถึงผู้ผิดสัญญาหรือผู้ค้ำประกัน สำนักงานกฎหมายจะแก้ปัญหาโดยดำเนินการขอตรวจสอบข้อมูลกับสำนักทะเบียนกลางเพื่อตรวจสอบข้อมูล ทะเบียนราษฎรของผู้ผิดสัญญาและผู้ค้ำประกันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่อยู่เป็นปัจจุบันแล้วดำเนินการไปใหม่ ตามขั้นตอนข้อ ๙.๒ และข้อ ๙.๓

๘. กรณีผู้ผิดสัญญาลาศึกษาได้รับหนังสือทวงถามตามข้อ ๙.๒ แล้ว แต่โต้แย้งจำนวนเงินที่   ส่วนราชการตรวจสอบคำนวณได้ สำนักงานกฎหมายจะตรวจสอบเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการคิด คำนวณ ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้อง เมื่อเห็นว่าได้ตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลัง กำหนดแล้วจักต้องรีบแจ้งผลการตรวจสอบและยืนยันให้ผู้ผิดสัญญาซดใช้อีกครั้ง โดยไม่ต้องกำหนดระยะเวลาการ เรียกซดใช้อีก ทั้งนี้ ให้ถือว่าผู้ผิดสัญญาตกเป็นลูกหนี้ผิดนัดนับแต่พ้นกำหนดระยะเวลาตามหนังสือทวงถาม ฉบับแรก หากภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ผู้ผิดสัญญาได้รับหนังสือทวงถามฉบับที่สอง ผู้ผิดสัญญายังไม่ซดใช้ สำนักงานกฎหมายจักได้รวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานต่างๆ ส่งให้พนักงานอัยการดำเนินคดีทันที

 

 

๘.๖ หากผู้ผิดสัญญา ไม่สามารถที่จะซดใช้เงินให้เสร็จสิ้นในคราวเดียวและขอผ่อนชำระเงิน สำนักงานกฎหมายจะจัดทำหนังสือรับสภาพหนี้และผ่อนชำระให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด และจัดส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวให้กองคลังไว้เป็นข้อมูลในการรับชำระหนี้

๘.๗ เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๙.๖ แล้วเสร็จ สำนักงานกฎหมายจะตรวจสอบและรวบรวม เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เสนอกรมบัญชีกลางเพื่อตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง

๘.๘ จำนวนเงินที่ผู้ผิดสัญญาได้ซดใช้คืนแก่ทางราชการ สำนักงานกฎหมายถือปฏิบัติตามบันทึก สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง เงินรายได้ของมหาวิทยาลัยที่ไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมาย ว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ เรื่องเสร็จที่ ๒๕๗/๒๕๔๖ และเรื่องเสร็จที่ ๖๖๒/ ๒๕๔๖ โดยในส่วนของเงินทุน เงินเดือนหรือเงินค่าจ้าง จักต้องนำส่งใช้เป็นรายได้แผ่นดิน ในส่วนเบี้ยปรับและ ดอกเบี้ยจักนำเช้าเป็นรายได้ของมหาวิทยาลัยต่อไป